ปลุกความเป็นนักสืบในตัวคุณ 🕵️♀️
กับการกินอาหารแบบ Digital Experience สนุกๆ การันตีรสชาติอร่อยๆ โดย 👩🍳 เชฟแก้ว Masterchef SS1 และเชฟผึ้ง Masterchef SS 2 👩🍳
รอบนี้ได้มาลอง Private Chef’s Table ที่ร้าน Le Lapin
โดยร้านนี้ได้ตกแต่งให้ทุกอย่างเหมือนอยู่ใน Wonderland พร้อมกระต่ายน้อย Luca 🐰 ที่จะชวนเรามาทำ Quest สนุกๆ พร้อมผจญภัยไปด้วยกัน
เมื่อมาถึง ทางร้านจะเสิร์ฟ Welcome Drink ชื่อว่า “Yellow Ruby” เป็น Poached Pear ผสมกับ White Wine พร้อมด้วยเปลือกส้ม โดยตัวน้ำจะสีแดงๆ และเมื่อใช้ Cinnamon Stick คน ก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ตอนกินคือรสชาติหวาน อมเปรี้ยวหน่อยๆ แต่สดชื่นมากกกกกก
ก่อนจะเริ่มกิน เชฟก็จะเล่า Story ให้ฟัง โดยเรามี Quest ว่า “จะต้องสืบให้ได้ว่ากระต่ายน้อย Luca จะเอาอะไรมาให้” โดยคำใบ้จะอยู่ทุกหก ทุกแห่งในขณะที่เรากิน (ซึ่งตรงนี้จะอุบไว้ อยากให้คนที่ไปกินและเซอไพรส์)
🍴 เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche อย่างเมี่ยงส้มโอ
ตอนแรกแอบลังเลว่าจะไหวมั้ย เพราะไม่กินเมี่ยง และไม่ชอบส้มโอ แต่ผิดคาด.. แม่เจ้าาา ดีมากกกก คือแบบดี
🍴 Chapter 1 : Down to The Rabbit Hole
จานนี้เป็น Sliced Hokkaido Scallops พร้อม Cauliflower Mouuse และ Rocket Salad จุดเด่นที่เสริมรสมากๆคือ Almond Paline Apple Pickle
ปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบ Rocket Salad เท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าขม แต่จานนี้พอกินด้วยกันทั้งหมดแล้ว OMG ดีมากก เกลี้ยงงงงง
🍴 Chapter 2 : The Pools of Tears
จานนี้ได้ฟีลแบบคลาสเรียน Potion สุดๆ เพราะเค้าจะมีขวดน้ำสีแดงและน้ำเงินมา ให้เราลองชิมรสเบาๆ เสร็จแล้วเทลงไปในจาน ซึ่งในจานจะเป็น Vietnamese Noodles หรือเส้นเวียดนามที่ลวกมาแบบฝรั่งเศส พร้อม Lobster, Uni และ Beluga Cavier บอกเลยว่าจานนี้ยกซดได้ คือยกซด!! หมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
🍴 Chapter 3 : A Mad Tea Party
อันนี้ต้องยอมเค้าจริงๆ เพราะกินคาวอยู่ดีๆ เชฟบอกให้พักจิบน้ำชา นี่ก็แบบอะ พักก็พัก เป็นคนกินหวานสลับคาวได้ ไม่มีปัญหา โดยในเซ็ตเสิร์ฟชาร้อนและ Scone มา แต่บอกเลยว่า “ไม่ใช่ชาธรรมดา และไม่ใช่ Scone ธรรมดา” แม้แต่แยมต่างๆ ก็ไม่ธรรมดา อธิบายไม่ถูก เอาเป็นว่า ไปลองเถอะ
🍴 Chapter 4 : Advice from A Caterpillar
Chapter นี้พร๊อพแน่นมากกกก เหมือนยกป่าเห็ดมาทั้งป่าเลย โดยจานนี้จะเป็นเนื้อ Wagyu A4 (ถ้าใครไม่กินเนื้อ ขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้) พร้อมด้วยซอสเห็ด ที่ใช้เวลาทำถึง 3 วัน รวมถึงขอนไม้จากช็อกโกแลต กินรวมกันแล้วคือแบบ โอยยยยย ฟินนนนน
🍴 The Queen’s Croquet Ground
ปิดท้ายกับของหวาน ที่เป็น Poached pear รูปกุหลาบ ให้เราได้ทาสีเอง ฟีลแบบปลุกความเป็นจิตรกรตัวน้อยในตัวคุณมากๆ โดยจะเสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมนม และโฟมกรอบๆ คืออร่อยมากกกก แบบมากกกกกก
เอาเป็นว่า Private Chef’s Table ที่ Le Lapin ครั้งนี้ เป็นการกินอาหารแบบเปิดโลกมากๆ ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ได้สนุก ได้ผจญภัยไปด้วยในตัว บอกเลยว่าเชฟแก้ว และเชฟผึ้งทำออกมาได้ดีมาก ทำให้รู้สึกตั้งตารอทุกจานที่ออกมา อยากรู้ว่ามี Gimmick อะไร และคอยหาคำใบ้ที่ Luca จะใบ้ แถมตอนจบยังมีการเฉลย พร้อมของน่ารักๆอีก ประทับใจมาก
ส่วนรสชาติ ออนให้ 9.5/10 ไปเลยยยย
ถูกปากแบบสุดๆ เคยกินที่อื่นมา ยังไม่ชอบเท่าที่นี่ ที่นี่ทำออกมาได้แบบถูกใจ ถูกปาก อร่อย ดี แงงงง อยากให้ไปลอง
📍Le Lapin
หมู่บ้านชวนชื่น(เก่า) ตรงรามอินทรา 65
💰 ราคา 4,500 บาท/คน (ถ้ามา 8 คน)
แต่ถ้ามาน้อยกว่านั้น ราคาก็จะสูงขึ้นไป เพราะที่นี่เป็น Private Chef’s Table ต้องเหมาเท่านั้น ไม่ต้องรวมกับใคร ส่วนใครเป็นสายเปย์ อยากเหมา 2 คน ก็จะอยู่ที่ 7,500 บาท/คน
📱แนะนำให้จองล่วงหน้า 2 อาทิตย์นะคะ
เพราะที่นี่เปิดวันละ 1 รอบเท่านั้น รอบนึงใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ
同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...