สตีเวน สปีลเบิร์ก หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ รวยสุดในโลก /โดย ลงทุนแมน
จากคนที่เคยถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยในการเข้าเรียนสาขาภาพยนตร์ ถึงสองครั้ง
ได้เข้าฝึกงานกับ Universal Studios โดยไม่รับค่าจ้างเพียงเพราะอยากเรียนรู้การสร้างภาพยนตร์
แถมการสร้างภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิต ก็ทำกำไรได้เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวในอดีตของสตีเวน สปีลเบิร์ก
ผู้ที่ปัจจุบัน ได้รับฉายาว่าเป็น “พ่อมดแห่งฮอลลีวูด”
และได้กลายมาเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเกินกว่า 1 แสนล้านบาท
แล้วพ่อมดคนนี้ เปลี่ยนชีวิตตัวเองได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
สตีเวน สปีลเบิร์ก เกิดเมื่อปี 1946 ที่เมืองซินซินแนติ
รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอายุ 74 ปี
ในวัยเด็ก เขาไม่ใช่เด็กที่มีอะไรโดดเด่นมาก
มีผลการเรียนกลาง ๆ เหมือนเด็กคนอื่นทั่วไป
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาหลงรักมาตั้งแต่เด็ก คือ “การสร้างภาพยนตร์”
เขาจึงได้เริ่มสร้างภาพยนตร์สั้น ๆ เองที่บ้าน ด้วยวัยเพียง 12 ปี
หลังจากนั้น โอกาสการกำกับหนังครั้งแรกในชีวิตของสตีเวน สปีลเบิร์ก ก็เกิดขึ้นในวัยเพียง 16 ปี
กับภาพยนตร์ที่มีชื่อเรื่องว่า Firelight
ภาพยนตร์ดังกล่าวได้เข้าฉายในโรงหนังท้องถิ่น โดยใช้ต้นทุนสร้าง 15,000 บาท และทำกำไรได้เพียงแค่ 30 บาท (อิงกับอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน)
ด้วยผลการเรียนที่ไม่ได้โดดเด่น ทำให้เขาถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยในสาขาภาพยนตร์ถึง 2 ครั้ง
แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ทำให้เขาได้เข้าฝึกงานที่ Universal Studios แต่มีเงื่อนไขคือจะไม่ได้รับค่าจ้าง
แม้ว่าจะดูเป็นการเดินทางที่ไม่สวยหรู
แต่การเข้ามาฝึกงานของสตีเวน สปีลเบิร์ก ครั้งนี้
ก็ได้กลายมาเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก
เพราะในปี 1974 สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ จอห์น วิลเลียมส์ นักประพันธ์เพลงชื่อดัง
ในภาพยนตร์เรื่อง The Sugarland Express ที่มีทุนสร้างราว 90 ล้านบาท
แต่สามารถสร้างรายได้มากถึง 360 ล้านบาท
นอกจากผลตอบแทนที่ดีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัล Best Screenplay
ซึ่งทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการ
แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อเสียงของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นที่รู้จักอย่างมาก
เกิดขึ้นในปี 1975 เขาได้มีโอกาสกำกับภาพยนตร์เรื่อง “Jaws” หนังสยองขวัญฉลามกินคน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงถึง 14,000 ล้านบาท โดยมีต้นทุนในการสร้างเพียง 90 ล้านบาท
หลังจากนั้นมา เขาได้สร้างผลงานระดับโลกอีกมากมาย โดยมีผลงานที่เรารู้จักกันดีคือ
- Jurassic Park รายได้ 31,000 ล้านบาท ต้นทุน 1,890 ล้านบาท
- The Lost World: Jurassic Park รายได้ 18,500 ล้านบาท ต้นทุน 2,190 ล้านบาท
และภาพยนตร์ชุด Indiana Jones ที่ร่วมสร้างกับทางจอร์จ ลูคัส ผู้สร้าง Star Wars
โดยที่จอร์จ ลูคัส เป็นคนเขียนเนื้อเรื่อง
สตีเวน สปีลเบิร์ก ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ
รวมผลงานร่วมกันทั้งหมด 4 ภาค กวาดรายได้ไปมากถึง 59,600 ล้านบาท
โดยมีต้นทุนในการสร้าง 8,370 ล้านบาท
ซึ่งในภายหลัง ทั้งจอร์จ ลูคัส และสตีเวน สปีลเบิร์ก ก็ได้ขึ้นแท่นมหาเศรษฐี Billionaires
ที่มีทรัพย์สินมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,000 ล้านบาท
จากทั้งความสำเร็จในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมถึงธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมา
แล้วสตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอะไรบ้าง ?
บริษัทแห่งแรกก็คือ “DreamWorks Pictures”
ในปี 1994 สตีเวน สปีลเบิร์ก กับ Jeffrey Katzenberg และ David Geffen
ได้ทำการก่อตั้ง DreamWorks Pictures ซึ่งเป็นบริษัท ผู้ผลิตแอนิเมชันและภาพยนตร์
โดยมีผลงานที่เรารู้จักกันดี เช่น Shrek, Madagascar และ How to Train Your Dragon
ด้วยผลงานที่โดดเด่น บริษัทสามารถสร้างรายได้ กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี
ในปี 2005 Viacom บริษัทคอนเทนต์ด้านความบันเทิงระดับโลก
ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Paramount Pictures
ประกาศเข้าซื้อ DreamWorks เป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท
บริษัทถัดมาก็คือ “Amblin Partners”
เป็นอีกบริษัทที่ก่อตั้งโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก
ซึ่งทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ แอนิเมชัน ผ่านแบรนด์ต่าง ๆ
ซึ่งในช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นบริษัทในเครือของเขาเอง เช่น Amblin Entertainment และ DreamWorks
แต่ต่อมาด้วยผลงานที่มีคุณภาพ ทำให้มีลูกค้าหลากหลายมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น Warner Bros. Pictures, Universal Pictures
ล่าสุดได้ประกาศว่าจะร่วมงานกับทาง Netflix ในเรื่อง The Trial of the Chicago 7
ซึ่งคาดว่าจะเริ่มฉายในเดือนกันยายน 2021
นอกจากนี้เขายังมีรายได้อื่นอีก เช่น ส่วนแบ่ง 5% ของรายได้จากสวนสนุกจากการเป็นที่ปรึกษาให้ Universal Studios อีกด้วย
เรื่องราวทั้งหมดนี้ ก็ได้ทำให้สตีเวน สปีลเบิร์ก กลายมาเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์
ที่มีทรัพย์สินมูลค่ามากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 1.2 แสนล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่ในอดีต โดนทั้งมหาวิทยาลัยปฏิเสธและต้องเข้าฝึกงานโดยที่ไม่ได้ผลตอบแทนอะไรเลย
และผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีทรัพย์สินมากกว่าเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
นั่นก็คือ จอร์จ ลูคัส เจ้าของทรัพย์สิน 2 แสนล้านบาท
ผู้สร้างสรรค์จักรวาล Star Wars ขึ้นมานั่นเอง
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ
ครั้งหนึ่ง จอร์จ ลูคัส เคยพนันกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ไว้ว่า “เขาจะให้ 2.5% จากรายได้ของ Star Wars ภาค 4 ชื่อภาค A New Hope หาก สตีเวน สปีลเบิร์ก ให้ 2.5% จากรายได้ของ Close Encounters ก่อนที่ภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องจะฉาย”
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น Star Wars ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ระดับโลก
จึงทำให้สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้ส่วนแบ่ง 1,200 ล้านบาทจากการตกลงกันในครั้งนั้น
โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References:
-https://celebanswers.com/how-did-steven-spielberg-make-his-money/
-https://www.forbes.com/profile/steven-spielberg/?sh=4fbe9cfa228a
-https://www.businessinsider.com/steven-spielberg-net-worth-lifestyle-career-home-photos-2019-6
-https://en.wikipedia.org/wiki/Steven_Spielberg
-https://www.tradeschool.com/blog/steven-spielbergs-education-background/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Firelight_(1964_film)
-https://en.wikipedia.org/wiki/The_Sugarland_Express
-https://en.wikipedia.org/wiki/Indiana_Jones
-https://en.wikipedia.org/wiki/Jurassic_Park
-https://www.theverge.com/2021/6/21/22543807/netflix-amblin-partners-steven-spielberg-film-deal
-https://en.wikipedia.org/wiki/DreamWorks_Pictures
-https://en.wikipedia.org/wiki/Amblin_Entertainment
-https://en.wikipedia.org/wiki/Amblin_Partners
-https://www.nytimes.com/2005/12/09/business/media/viacoms-paramount-to-buy-dreamworks-for-16-billion.html
-https://www.businessinsider.com/george-lucas-star-wars-bet-made-steven-spielberg-millions-2014-3
同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...
「paramount pictures wiki」的推薦目錄:
- 關於paramount pictures wiki 在 ลงทุนแมน Facebook 的精選貼文
- 關於paramount pictures wiki 在 ลงทุนแมน Facebook 的精選貼文
- 關於paramount pictures wiki 在 コバにゃんチャンネル Youtube 的最佳貼文
- 關於paramount pictures wiki 在 大象中醫 Youtube 的精選貼文
- 關於paramount pictures wiki 在 大象中醫 Youtube 的最佳貼文
- 關於paramount pictures wiki 在 Paramount Pictures 100th Anniversary Logo - YouTube 的評價
paramount pictures wiki 在 ลงทุนแมน Facebook 的精選貼文
Roku จากอดีตพนักงาน Netflix ต่อยอดไปทำธุรกิจใหม่ มูลค่าล้านล้าน /โดย ลงทุนแมน
ทุกวันนี้ แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง เป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาดูวิดีโอออนไลน์แบบ On Demand กันมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+, Amazon Prime, YouTube หรือผู้ให้บริการรายอื่น
แต่รู้ไหมว่า มีบริษัทชื่อว่า “Roku”
ที่ก็ได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ จนกลายเป็นบริษัทมูลค่าล้านล้าน
ด้วยการ “รวบรวม” บริการวิดีโอสตรีมมิงยอดฮิตต่าง ๆ มาไว้บนแพลตฟอร์มของตัวเอง
เรื่องราวของ Roku น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
Roku เป็นบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ และให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง จากประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 โดยคุณ Anthony Wood
ที่ชื่อว่า Roku ก็เพราะว่า คำว่า Roku นั้นมาจากภาษาญี่ปุ่น ที่แปลว่า “เลขหก”
เพราะ Roku เป็นบริษัทแห่งที่หก ที่คุณ Wood ก่อตั้งขึ้นมานั่นเอง
โดยก่อนหน้าที่จะมาก่อตั้ง Roku เขาเคยทำธุรกิจเครื่องบันทึกวิดีโอแบบดิจิทัล ชื่อว่า ReplayTV
เนื่องจากมีประสบการณ์พลาดชมซีรีส์โปรดเรื่อง Star Trek อยู่หลายตอน
แต่ทว่าบริษัทไม่สามารถสู้กับผู้เล่นรายใหญ่ ที่ตั้งราคาขายถูกกว่าได้ จึงต้องขายกิจการทิ้งไป
อย่างไรก็ตาม คุณ Wood ยังคงเชื่อว่าในอนาคต เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะทำให้ผู้บริโภคเลือกรับชมรายการที่สนใจ ในเวลาไหนก็ได้
ซึ่งต่อมาเขามีโอกาสพูดคุยกับ คุณ Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ที่กำลังวางแผนเปิดให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงอยู่พอดี
คุณ Wood จึงได้เข้าไปเป็นผู้บริหารของ Netflix
โดยรับผิดชอบงานพัฒนากล่องอุปกรณ์เชื่อมต่อกับทีวีและอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ดู Netflix
แต่สุดท้าย Netflix ตัดสินใจมุ่งเน้นด้านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก
ทำให้คุณ Wood นำโปรเจกต์ธุรกิจฮาร์ดแวร์สำหรับดูวิดีโอออนไลน์ ออกมาพัฒนาต่อเป็นบริษัท Roku แทน โดยมี Netflix ร่วมลงทุนด้วย
หลังจากนั้น Roku ก็ได้เริ่มวางขาย กล่องอุปกรณ์ดูวิดีโอสตรีมมิง ในปี 2008
โดยช่วงแรก กล่อง Roku ดูได้เพียงแค่ Netflix
แต่ผ่านมาถึงปัจจุบัน บริษัทได้มีการเพิ่มบริการวิดีโอสตรีมมิงรายอื่น ๆ เข้ามาอีกมากมาย
ซึ่งมีทั้งแบบที่ดูฟรี และต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนตามแต่ละแพลตฟอร์ม
ยกตัวอย่างเช่น Disney+, Amazon Prime, YouTube, HBO Max, Hulu, Apple TV
นอกจากนั้น Roku ยังมีการสร้างบริการวิดีโอสตรีมมิงของตัวเอง ชื่อว่า Roku Channel
โดยซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากค่ายดัง เช่น Lionsgate, MGM, Paramount, Sony Pictures, Warner Bros. Pictures
รวมทั้งเมื่อเดือนเมษายน 2021 ได้ทุ่มเงิน 3,100 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จาก Quibi แพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ที่เพิ่งปิดตัวลงไป เพื่อนำคอนเทนต์มาพัฒนาต่อยอด
แต่ถึงตรงนี้ หลายคนอาจเกิดคำถามในใจว่า
ในวันข้างหน้า ถ้าหากผู้บริโภคหันมาใช้ “สมาร์ตทีวี” กันมากขึ้น
ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีบริการวิดีโอสตรีมมิงอยู่ในตัวเครื่อง
แล้วอย่างนี้ กล่อง Roku จะยังขายได้หรือ ?
ความเสี่ยงดังกล่าว คงจะหลีกเลี่ยงได้ยาก
แต่ประเด็นสำคัญ คือ Roku ก็มีการปรับตัวรับมือกับเรื่องนี้
Roku ได้ขยายธุรกิจไปสู่การผลิต Roku TV ซึ่งเป็นสมาร์ตทีวีที่ใช้งานแพลตฟอร์ม Roku ได้ทันที ไม่ต้องซื้อกล่องอุปกรณ์เพิ่ม
รวมทั้งขายลิขสิทธิ์ระบบปฏิบัติการที่แพลตฟอร์ม Roku ใช้ ซึ่งเรียกว่า Roku OS
ให้กับผู้ผลิตสมาร์ตทีวีรายอื่น เช่น Hisense, Sharp, Hitachi
ทำให้แพลตฟอร์ม Roku ถูกใช้งานต่อไป แม้คนไม่ได้ซื้อสินค้าของบริษัท
ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน Roku OS มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ตทีวีของสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ราว 38%
แล้วผลการดำเนินงานของ Roku เป็นอย่างไร ?
จากกระแสความนิยมในวิดีโอสตรีมมิง ประกอบกับคอนเทนต์ที่หลากหลาย
ส่งผลให้ Roku มีฐานผู้ใช้งานล่าสุดถึง 53 ล้านราย ซึ่งเรื่องนี้ก็สะท้อนไปที่การเติบโตของรายได้
ปี 2018 รายได้ 23,200 ล้านบาท ขาดทุน 280 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 35,300 ล้านบาท ขาดทุน 1,900 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 55,700 ล้านบาท ขาดทุน 550 ล้านบาท
โดยรายได้ของบริษัท มาจาก 2 ธุรกิจหลัก คือ
- ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์ม 27%
- ธุรกิจแพลตฟอร์ม 73%
สำหรับธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ Roku ตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างถูก
โดยกล่อง Roku มีราคาอยู่ที่ 1,000-4,000 บาท ตามระดับคุณภาพ
ขณะที่ผู้เล่นรายอื่น เช่น กล่อง Apple TV มีราคาเริ่มต้น 5,600 บาท
สาเหตุเนื่องจาก บริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด
แล้วค่อยไปหาวิธีทำกำไรจากธุรกิจแพลตฟอร์ม ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) สูงถึง 67%
โดยรายได้ธุรกิจแพลตฟอร์ม จะมาจาก ค่าโฆษณา, ค่าสมาชิกบัญชีพรีเมียม รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ Roku OS
ซึ่งโมเดลธุรกิจลักษณะนี้ คล้ายกับ Xiaomi บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่เน้นขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในราคาถูก เพื่อให้คนเข้าถึงสินค้าของตัวเองได้ง่าย แล้วค่อยไปทำเงินกับบริการออนไลน์ในอุปกรณ์เครื่องนั้นแทน
ทั้งนี้ Roku จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เมื่อปี 2017
ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท
ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่า 35 เท่า เทียบกับมูลค่าตอน IPO
โดยมีนักลงทุนสถาบันชื่อดังหลายรายเข้ามาถือหุ้น
เช่น Vanguard Group, BlackRock และ ARK Invest
เราคงได้เห็นแล้วว่า
การเป็นแพลตฟอร์ม “ตัวกลาง” รวบรวมคอนเทนต์ มาไว้ในที่เดียว
ก็สามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมโดยรวมได้ เหมือนกับ Roku
แต่อย่างไรก็ตาม Roku ไม่ได้หลงไปกับความสำเร็จในอดีต และปรับตัวอยู่ตลอด
ไม่ว่าจะเป็น การมีส่วนร่วมในธุรกิจต้นน้ำ อย่างการผลิตวิดีโอคอนเทนต์
และในธุรกิจปลายน้ำ อย่างการผลิตและขายระบบปฏิบัติการสมาร์ตทีวี
เพราะพวกเขารู้ตัวดีว่า ในวันหนึ่ง เทคโนโลยีอาจเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ
จนทำให้คนตรงกลาง ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ก็เป็นได้..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - ลงทุนแมน
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://productmint.com/roku-business-model-how-does-roku-make-money/
-https://www.investopedia.com/how-roku-makes-money-5119488
-https://en.wikipedia.org/wiki/Roku,_Inc
-https://www.roku.com/en-gb/products/players
-https://www.roku.com/en-gb/whats-on
-https://ir.roku.com/static-files/8233f1fa-0263-4bb5-adb4-f0545a06a246
-https://finance.yahoo.com/quote/ROKU/financials?p=ROKU
paramount pictures wiki 在 Paramount Pictures 100th Anniversary Logo - YouTube 的推薦與評價
... <看更多>